Last updated: 31 มี.ค. 2568 | 26 จำนวนผู้เข้าชม |
กล้องวัดมุม (Theodolite) ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีพัฒนาการยาวนานในแวดวงสำรวจและวิศวกรรมโยธา งานวิจัยของ Daniel Avram et al. (Journal of Young Scientist, 2016) ได้นำเสนอประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของกล้องวัดมุมตั้งแต่การใช้เครื่องมือวัดมุมแยก (ทั้งแบบราบและดิ่ง) ในยุคแรก ๆ จนถึงกล้องวัดมุมสมัยใหม่ที่ออกแบบให้เล็กลง แม่นยำขึ้น และมีระบบดิจิทัลเข้ามาผสมผสาน
ในอดีตช่วงศตวรรษที่ 1618 มีการคิดค้นอุปกรณ์วัดมุมหลายรูปแบบ แต่ยังเน้นความแม่นยำในมุมราบมากกว่า จนกระทั่งช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 มีการพัฒนาวิธีวัดมุมทั้งแนวราบและแนวดิ่งในเครื่องมือเดียว ทำให้กล้องวัดมุมก้าวขึ้นเป็นอุปกรณ์สำคัญในการสำรวจภูมิประเทศและกำหนดแนวโครงสร้างต่าง ๆ นักวิจัยได้เสริมเลนส์กำลังขยาย ปรับระบบลูกน้ำ (Spirit Level) และเพิ่มอุปกรณ์เสริมอย่างเข็มทิศหรือเมนูดิจิทัล เพื่อให้กล้องยิ่งตอบสนองงานในภาคสนามยุคใหม่ได้มากขึ้น
ในด้านโครงสร้าง กล้องวัดมุมหลัก ๆ ประกอบด้วยกล้องเล็ง (Telescope) วงกลมวัดมุมแนวราบและแนวดิ่ง ล้อเลื่อนปรับมุม ลูกน้ำปรับระดับ และฐานติดตั้งบนขาตั้ง ซึ่งออกแบบให้แข็งแรงแต่เบาพอในการพกพา ปัจจุบันยังมีเวอร์ชันอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสานเทคโนโลยีอ่านค่าอัตโนมัติ แสดงผลผ่านจอ LCD และเก็บบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำ จึงลดข้อผิดพลาดที่เคยเกิดจากระบบกลไกแบบเก่า
โดยสรุป งานของ Avram และคณะ ชี้ให้เห็นว่ากล้องวัดมุมมีบทบาทสำคัญในการวัดมุมที่แม่นยำ ตั้งแต่การรังวัดเบื้องต้นไปจนถึงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายยุคสมัย แต่แกนหลักของการวัดมุมราบ-มุมดิ่งยังคงเดิม พร้อมเสริมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มความแม่นยำและสะดวก ทำให้กล้องวัดมุมยังคงเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานสำรวจและวิศวกรรมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา: งานวิจัย Avram et al. (2016)
3 เม.ย 2568