การใช้กล้องสำรวจแบบไร้ปริซึม (Non-Prism Total Station) ในงานภาคสนาม 

Last updated: 17 มี.ค. 2568  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การใช้กล้องสำรวจแบบไร้ปริซึม (Non-Prism Total Station) ในงานภาคสนาม 

การใช้กล้องสำรวจแบบไร้ปริซึม (Non-Prism Total Station) ในงานภาคสนาม 
กล้องสำรวจแบบไร้ปริซึม (Non-Prism Total Station) เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถวัดระยะทางโดยไม่ต้องใช้ ปริซึมสะท้อนแสง (Prism) ซึ่งสะดวกและรวดเร็วในงานสำรวจที่ไม่สามารถเข้าถึงจุดวัดได้โดยตรง เช่น อาคารสูง หน้าผา แม่น้ำ หรือพื้นที่อันตราย


1. หลักการทำงานของกล้องสำรวจแบบไร้ปริซึม
กล้อง Non-Prism Total Station ใช้ เทคโนโลยี EDM (Electronic Distance Measurement) ยิงลำแสงเลเซอร์ไปยังพื้นผิวของวัตถุ และคำนวณระยะทางจากเวลาที่แสงเดินทางไป-กลับ

แตกต่างจากโหมดปริซึมอย่างไร?
ไม่ต้องใช้ปริซึมและโพล – ทำให้สามารถวัดจุดที่เข้าถึงยากได้
วัดระยะได้เร็วกว่า – เหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัว
สามารถวัดวัตถุที่ไม่มีปริซึมได้ – เช่น กำแพง สะพาน หิน หน้าผา

 ข้อจำกัดของระบบไร้ปริซึม
❌ ความแม่นยำอาจลดลงในบางพื้นผิว เช่น พื้นผิวมันวาว สีดำ หรือโปร่งแสง
❌ ระยะทางการวัดจำกัดกว่ากล้องที่ใช้ปริซึม (ปกติ 200-800 ม.)
❌ แสงแดดและสภาพแวดล้อมอาจส่งผลต่อความแม่นยำ


2. ข้อดีของการใช้ Non-Prism Total Station ในงานภาคสนาม
1) วัดระยะได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้วัตถุ
เหมาะสำหรับการวัด หน้าผา ตึกสูง สะพาน แม่น้ำ และพื้นที่อันตราย ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

2) ลดจำนวนคนทำงาน
ปกติกล้องที่ใช้ปริซึมต้องมี 2 คน (คนถือปริซึม + คนควบคุมกล้อง) แต่กล้อง Non-Prism ใช้ 1 คน ได้เลย

3) ใช้งานสะดวกและรวดเร็ว
สามารถเดินสำรวจและวัดระยะได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งปริซึมหรือใช้โพล

4) ลดข้อผิดพลาดจากการวางปริซึมผิดตำแหน่ง
เพราะไม่มีปริซึม จึงลดความผิดพลาดจากการวางปริซึมผิดจุด


 3. ขั้นตอนการใช้งานกล้อง Non-Prism Total Station
 1) การตั้งค่ากล้อง
1️⃣ ติดตั้งขาตั้งกล้อง และปรับระดับให้สมดุล
2️⃣ เปิดกล้องและเลือกโหมด “Non-Prism” ในเมนูการตั้งค่า
3️⃣ ตรวจสอบว่า ค่าคงที่ของปริซึม (Prism Constant) ถูกปิดหรือเป็น 0

 2) วิธีการวัดระยะ
1️⃣ เล็งกล้องไปที่วัตถุเป้าหมาย ผ่านช่องเล็งหรือหน้าจอ
2️⃣ ปรับโฟกัสให้ชัด และกด “Measure” เพื่อให้กล้องยิงเลเซอร์ไปยังเป้าหมาย
3️⃣ กล้องจะแสดงค่าระยะทางที่วัดได้บนหน้าจอ

3) การบันทึกค่าพิกัด
1️⃣ เมื่อวัดได้แล้ว กด “Save” เพื่อบันทึกค่าพิกัด
2️⃣ ข้อมูลสามารถนำไปใช้สร้าง แผนที่ ผังพื้นที่ และแบบก่อสร้างได้


 4. งานที่เหมาะกับการใช้กล้อง Non-Prism Total Station
งานสำรวจภูมิประเทศ (Topographic Surveying)
– วัดพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เช่น หน้าผา หุบเขา หรือพื้นที่รก

งานก่อสร้าง (Construction Surveying)
– ใช้วัดระยะจากจุดหนึ่งไปยังจุดอื่น โดยไม่ต้องใช้ปริซึม

งานสำรวจเส้นทางถนนและสะพาน (Road & Bridge Surveying)
– วัดระดับพื้นผิวถนน แนวสะพาน และโครงสร้างที่อยู่สูง

งานสำรวจภายในอาคาร (Interior Surveying)
– ใช้เก็บค่าพิกัดกำแพง เสา และพื้นที่ในอาคาร

งานสำรวจพื้นที่อันตราย (Hazardous Site Surveying)
– วัดระยะโดยไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม พื้นที่เสี่ยงถล่ม


 5. ข้อควรระวังในการใช้กล้อง Non-Prism Total Station

1) เลือกพื้นผิวเป้าหมายที่เหมาะสม

พื้นผิวมันเงา สีดำ หรือโปร่งใส อาจสะท้อนแสงได้น้อย ทำให้ค่าที่วัดผิดพลาด

2) ตรวจสอบระยะการวัด
รุ่นทั่วไปอาจวัดได้เพียง 200-800 ม. หากต้องการวัดระยะไกล ควรพิจารณารุ่นที่รองรับ

3) ใช้ขาตั้งกล้องที่แข็งแรง
ลดการสั่นสะเทือนเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวัด

4) หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า
หากแดดจ้าเกินไป อาจทำให้เลเซอร์สะท้อนกลับน้อยลง ควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม

สรุป: ควรเลือกใช้ Non-Prism Total Station หรือไม่?
ใช้ Non-Prism Total Station หากต้องการ: วัดจุดที่เข้าถึงยาก (เช่น หน้าผา ตึกสูง สะพาน ฯลฯ) ทำงานคนเดียวโดยไม่ต้องมีผู้ช่วยถือปริซึม ลดข้อผิดพลาดจากการติดตั้งปริซึม แต่ควรใช้กล้องแบบปริซึมหากต้องการ: วัดระยะไกลกว่า (มากกว่า 1,000 ม.)ต้องการ ความแม่นยำสูงสุด สำหรับงานที่ต้องการค่าผิดพลาดต่ำ

กล้อง Total Station รุ่นใหม่สามารถสลับโหมด ใช้ได้ทั้ง Prism และ Non-Prism ดังนั้นการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะงานของคุณ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้